กำจัดขนใต้วงแขน ถอน โกน เลเซอร์ แบบไหนดี? พร้อมวิธีใช้โรลออนให้ถูกต้องหลังกำจัดขนทุกแบบ

ใต้วงแขนเป็นบริเวณที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเรื่องของกลิ่นกายแล้ว เรื่องของ "ขน" ก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัย ความสวยงาม หรือความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีกำจัดขนที่คุณเลือกใช้นั้นส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของสุขภาพผิวใต้วงแขนด้วย! วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยทั้งหมดให้ครบจบในบทความเดียว ตั้งแต่การเลือกวิธีกำจัดขนที่เหมาะกับคุณ ไปจนถึงวิธีใช้โรลออนอย่างถูกต้องและปลอดภัยหลังกำจัดขนทุกรูปแบบ

 

Table of Contents

 

 

ทำไมวิธีกำจัดขนถึงเกี่ยวกับโรลออน?

 

หลายคนอาจสงสัยว่าสองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร คำตอบคือ ทุกครั้งที่เรากำจัดขน ผิวหนังบริเวณใต้วงแขนจะอยู่ในสภาวะบอบบางกว่าปกติ เนื่องจาก

 

  • รูขุมขนเปิดกว้างขึ้นหลังการกำจัดขน
  • ผิวชั้นนอกบางลง หรืออาจเกิดรอยขีดข่วนเล็กน้อย
  • ผิวมีความไวต่อสารเคมีสูงกว่าปกติ

 

เมื่อทาผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สารส้ม หรือน้ำหอมลงบนผิวในสภาวะนี้ สารเคมีเหล่านั้นจะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น และอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา เช่น อาการแสบ คัน อักเสบ หรือผิวคล้ำเสียสะสมในระยะยาว

 

เปรียบเทียบวิธีกำจัดขนใต้วงแขน และวิธีใช้โรลออนให้ถูกต้อง

 

การกำจัดขนแต่ละวิธีส่งผลต่อสภาพผิวแตกต่างกัน มาเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย พร้อมทริคการใช้อย่างถูกต้อง เพื่อลดการระคายเคืองและดูแลผิวหลังทำในแต่ละรูปแบบได้อย่างตรงจุด

 

1. การถอนขน (Tweezing & Waxing)

 

การถอนขนด้วยแหนบหรือแว็กซ์ คือการดึงขนออกจากรากโดยตรง ทำให้ขนงอกกลับมาช้ากว่าการโกน และเมื่อขนงอกใหม่เส้นจะเล็กลงกว่าเดิม

 

  • ข้อดี: ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-6 สัปดาห์ ขนงอกช้าลงและเส้นเล็กลงเมื่อทำสม่ำเสมอ ไม่เกิดปัญหาขนตอแข็งเหมือนการโกน
  • ข้อเสีย: มีความเจ็บปวดระหว่างทำ อาจเกิดปัญหาขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบ ใช้เวลานานหากทำเอง ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

Tips การใช้โรลออนหลังถอนขน: ควรรอให้ผิวหายจากการระคายเคืองอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ก่อนทา เพราะรูขุมขนที่เพิ่งเปิดออกอาจทำให้สารเคมีซึมเข้าสู่ผิวและระคายเคืองได้ง่าย ควรเลือกสูตร Sensitive หรือสูตรธรรมชาติ (Natural) จะดีที่สุด

 

2. การโกนขน (Shaving)

 

การโกนขนด้วยมีดโกนเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด เพราะสะดวก รวดเร็ว และทำได้ทุกที่ทุกเวลา

 

  • ข้อดี: สะดวก รวดเร็ว ทำเองได้ที่บ้าน ไม่เจ็บปวด ราคาถูก อุปกรณ์หาง่าย
  • ข้อเสีย: ขนงอกกลับมาเร็วใน 1-3 วัน อาจทำให้ผิวคล้ำสะสมจากการโกนบ่อยครั้ง เสี่ยงต่อการเกิดรอยบาดหากใบมีดทื่อ ขนงอกใหม่อาจดูแข็งและทื่อกว่าเดิม

 

Tips การใช้โรลออนหลังโกนขน:ห้ามทาทันทีหลังโกนขน เพราะใบมีดทำให้ผิวบางและเปราะบาง ควรรออย่างน้อย 15-30 นาที หรือแนะนำให้โกนขนในตอนกลางคืนแล้วทาในตอนเช้า จะช่วยลดการระคายเคืองได้มาก ควรเลือกสูตร Sensitive หรือสูตรที่ปราศจากแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ

 

3. การทำเลเซอร์กำจัดขน (Laser Hair Removal)

 

เลเซอร์กำจัดขน คือการใช้แสงพลังงานสูงทำลายรากขนโดยตรง ถือเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ถาวรที่สุดในบรรดาทุกวิธี

 

  • ข้อดี: ลดการงอกของขนได้อย่างถาวรเมื่อทำครบตามคอร์ส ผิวเรียบเนียน ไม่มีปัญหาขนคุด ผิวใต้วงแขนดูกระจ่างใสขึ้นในระยะยาว
  • ข้อเสีย: มีค่าใช้จ่ายสูง ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง (เฉลี่ย 6-8 ครั้ง) อาจมีอาการผิวแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน

 

Tips การใช้โรลออนหลังทำเลเซอร์: หลังทำเลเซอร์ใหม่ ๆ ควรงดใช้ทุกประเภทอย่างน้อย 24-72 ชั่วโมง และเมื่อผิวฟื้นตัวกลับมาใช้ได้แล้ว ให้เลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม และไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อถนอมผิวที่บอบบางหลังการเลเซอร์

 

ดูแลตัวเอง แชมพูขจัดรังแค

 

เลือกโรลออนจากวิชี่ (Vichy) ให้เหมาะกับใต้วงแขนของคุณ

 

Vichy เวชสำอางจากประเทศฝรั่งเศส ที่แพทย์ผิวหนังกว่า 70,000 คนทั่วโลกมั่นใจแนะนำให้ใช้¹ ได้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายอันดับ 1 ในยุโรป² ซึ่งผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าอ่อนโยน เหมาะกับผิวใต้วงแขนที่แพ้ง่าย ช่วยลดเหงื่อและปกป้องกลิ่นกายได้ยาวนานสูงสุดถึง 72 ชั่วโมง³’⁴’⁵ โดยมีให้เลือก 4 สูตร ดังนี้:

 

  • สูตร Invisible Resist (ฝาสีเงิน): ลดเหงื่อ ปกป้องกลิ่นกายนานสูงสุด 72 ชั่วโมง⁴ มาพร้อมเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะ Invisilock ถนอมทั้งผิวและเสื้อผ้า ไม่ทิ้งคราบขาวและเหลือง ไม่ทำร้ายเส้นใยผ้า ปราศจากแอลกอฮอล์ เหมาะสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟหรือชอบออกกำลังกาย
  • สูตร Soothing (ฝาขาว): คุมเหงื่อและกลิ่น 48 ชั่วโมง³ สูตรอ่อนโยนพิเศษ ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผิวใต้วงแขนที่เพิ่งผ่านการกำจัดขน ไม่ว่าจะถอน โกน หรือเลเซอร์
  • สูตร Stress Resist (ฝาแดง): ลดเหงื่อ ปกป้องกลิ่นกายนานสูงสุด 72 ชั่วโมง⁵ ปราศจากแอลกอฮอล์ ให้กลิ่นหอมยาวนาน เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหากลิ่นตัวกวนใจ พร้อมสารบำรุงจากดอกกุหลาบฝรั่งเศสช่วยให้ผิวใต้วงแขนชุ่มชื้น
  • สูตร Anti-Perspirant (ฝาเขียว): ปกป้องกลิ่นกายและลดเหงื่อได้นานถึง 48 ชั่วโมง⁶’⁷ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ปราศจากแอลกอฮอล์ เหมาะกับคนผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

ดูแลตัวเอง แชมพูขจัดรังแค

 

สรุป

 

ไม่ว่าคุณจะเลือกกำจัดขนด้วยวิธีไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ "รอให้ผิวฟื้นตัว" และ "เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว" เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองในระยะยาว ลองเลือกโรลออนจากวิชี่สูตรที่ใช่สำหรับคุณ เท่านี้ก็พร้อมโชว์ผิวใต้วงแขนที่เรียบเนียน สุขภาพดี และมั่นใจได้ในทุก ๆ วัน

 

  1. ผลสำรวจโดย AplusA และผู้ทำการสำรวจร่วมโดยอ้างอิงจากตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ เวชสาอาง ระหว่าง มกราคม 2023 ถึง กรกฎาคม 2023 ซึ่งเป็นผลสํารวจที่มีแพทย์ผิวหนัง ทั้งหมด 30 ประเทศเข้าร่วม โดยสามารถอ้างอิงถึงมากกว่า 80% ของ GDA ทั่วโลก
  2. จากการวิเคราะห์ภายในของ L’ORÉAL Dermatological Beauty โดยใช้ข้อมูลปริมาณและมูลค่าการขายจากแหล่งที่มาต่อไปนี้: IQVIA Consumer Health Customized Insights – ตลาดผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (ประเภท 85C) - ในยุโรป* (ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน และโปรตุเกส (ร้านขายยา + ร้านพาราฟาร์มาซี); เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยียม, กรีซ, ออสเตรีย, โปแลนด์, เนเธอร์แลนด์ (ร้านขายยา) – สำหรับช่วง 12 เดือนสิ้นสุด ณ กรกฎาคม 2568, การจัดอันดับอ้างอิงจาก IQVIA PEC International Brand ซึ่งสะท้อนการประมาณการกิจกรรมจริงในตลาด ลิขสิทธิ์ IQVIA. สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ
  3. ผลการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 19 คน เปรียบเทียบบริเวณที่ไม่ใช้-ใช้ผลิตภัณฑ์วิชี่ ซูทติ้ง แอนตี้-เพอร์สไพแรนท์ 72 ชั่วโมง โดยสถาบันวิจัย Institut Dermatologique d’Aquitaine ประเทศฝรั่งเศส เมื่อกุมภาพันธ์ 2013
  4. ผลการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 21 คน เปรียบเทียบบริเวณที่ไม่ใช้ – ใช้ผลิตภัณฑ์วิชี่ อินวิซิเบิล รีซิส เดอร์โม ดีแทรนส์ไพแรนท์ 72 ชั่วโมง โดยสถาบันวิจัย IDEA clinic ประเทศฝรั่งเศส เมื่อพฤษภาคม 2013
  5. ผลการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 21 คน เปรียบเทียบบริเวณที่ไม่ใช้ – ใช้ผลิตภัณฑ์วิชี่ สเตรซ รีซิส แอนตี้-เพอร์สไพแรนท์ ทรีทเมนต์ 72 ชั่วโมง โดยสถาบันวิจัย IDEA clinic ประเทศฝรั่งเศส เมื่อพฤษภาคม 2013
  6. ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการในอาสาสมัคร 30 คน เปรียบเทียบก่อน-หลังใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันวิจัย Intertek ประเทศอังกฤษ เมื่อพฤศจิกายน 2011
  7. ผลการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 19 คน เปรียบเทียบบริเวณที่ไม่ใช้-ใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันวิจัย Institut Dermatologique d’Aquitaine ประเทศฝรั่งเศส เมื่อกุมภาพันธ์ 2013’