ผิวก็ไม่ต่างจากกำแพงเมืองที่ขาดปูนยาแนว ไม่ว่าคุณใช้สารบำรุงราคาแพงแค่ไหน ผิวก็จะไม่แข็งแรงได้อย่างยั่งยืน
Table of Contents
- ความชุ่มชื้น: ปราการด่านแรกของผิวสตรอง
- ไฮยาลูรอน: ผู้พิทักษ์ความชุ่มชื้น
- เคล็ดลับล็อกความชุ่มชื้น ให้ผิวแข็งแรงด้วย Vichy Mineral 89
ความชุ่มชื้น: ปราการด่านแรกของผิวสตรอง
ความชุ่มชื้นคือ "พื้นฐานของชีวิตผิว" ที่ส่งผลต่อทุกระบบการทำงานของร่างกาย นี่คือ 4 เหตุผลสำคัญว่าทำไมความชุ่มชื้นถึงเป็นสิ่งที่ผิวขาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
1. เป็น "เกราะป้องกันภัย"
ผิวหนังคือปราการด่านแรกที่เจอทั้งฝุ่น PM 2.5 เชื้อโรค และสารเคมี ผิวที่ชุ่มชื้นเซลล์ผิวจะอิ่มฟูและเรียงตัวชิดติดกันเหมือนกำแพงที่ไร้รอยโหว่ ทำให้สิ่งแปลกปลอมซึมเข้าสู่ร่างกายได้ยาก ส่วนผิวที่ขาดน้ำ เซลล์จะฝ่อตัวจนเกิดรอยแยก ซึ่งเป็นช่องทางให้แบคทีเรียและมลภาวะ "ทะลวง" เข้าไปทำลายผิวชั้นใน จนเกิดการอักเสบและแพ้ง่าย
2. เป็น "บ้าน" ของคอลลาเจนและอีลาสติน
ลองจินตนาการว่าโครงสร้างผิวคือฟองน้ำ
- เมื่อฟองน้ำเปียกน้ำ: มันจะนุ่ม ยืดหยุ่น และเด้งสู้มือ
- เมื่อฟองน้ำแห้ง: มันจะกรอบ หักง่าย และยุบตัว
ความชุ่มชื้นช่วยให้เส้นใย คอลลาเจน ไม่แห้งกรอบ เมื่อผิวหนังมีความยืดหยุ่นสูง เวลาเรายิ้มหรือขยับหน้า ผิวจะ "ดีดตัว" กลับมาเรียบเนียนได้เหมือนเดิม หากขาดน้ำ ผิวจะเสียความยืดหยุ่นจนเกิดเป็นริ้วรอยถาวร
3. ช่วยในกระบวนการ "ผลัดเซลล์ผิว"
ผิวของเรามีการสร้างเซลล์ใหม่และผลัดเซลล์เก่าทิ้งตลอดเวลา (ทุก ๆ 28 วัน) เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ "ย่อย" เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ต้องทำงานในสภาวะที่มีน้ำเพียงพอเท่านั้น หากผิวแห้ง เอนไซม์จะทำงานไม่ได้ ผลคือเซลล์ผิวเก่าจะเกาะตัวกันหนาแน่น ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ หยาบกร้าน และอุดตันจนกลายเป็นสิวได้
4. ลดวงจร "การอักเสบและแก่ก่อนวัย"
ความแห้งกร้านคือจุดเริ่มต้นของอาการคันและระคายเคือง เมื่อเราคันเราจะเกา หรือเมื่อผิวอักเสบ ร่างกายจะหลั่งสารกระตุ้นความชราออกมา การเติมความชุ่มชื้น โดยเฉพาะสารอย่างไฮยาลูรอน จะช่วยปลอบประโลมผิว ลดอุณหภูมิผิว และหยุดสัญญาณการอักเสบก่อนที่มันจะบานปลายไปเป็นริ้วรอยลึก
ไฮยาลูรอน: ผู้พิทักษ์ความชุ่มชื้น
ในกระบวนการสร้างความชุ่มชื้น สารที่โดดเด่นที่สุดคือ “ไฮยาลูรอน” (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ แต่มักลดน้อยลงตามอายุและไลฟ์สไตล์ ไฮยาไม่ได้หน้าที่แค่ “เคลือบผิว” แต่ทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็กดูดน้ำ” ที่ทรงพลัง สามารถกักเก็บน้ำได้มากถึง 1,000 เท่า ของน้ำหนักตัวมันเอง และยังช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและสามารถ “ดีดตัว” กลับได้ทันทีเมื่อมีการแสดงสีหน้า
เมื่อเราเติมไฮยาที่มีประสิทธิภาพเข้าสู่ผิว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ:
เติมเต็มทันที (Plumping Effect)
ไฮยาลูรอนจะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ ทำให้ผิวที่เคยดูฝ่อหรือมีริ้วรอยร่องตื้นจากการขาดน้ำ กลับมาดูอิ่มฟูและเรียบเนียนทันที
ชุบชีวิตคอลลาเจน
สภาพแวดล้อมที่ฉ่ำน้ำคือ "บ้าน" ที่ดีที่สุดของคอลลาเจน เมื่อมีไฮยาเพียงพอ เส้นใยคอลลาเจนจะไม่แห้งกรอบและหักงอ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ดีดตัวได้ดี
ลดการส่งสัญญาณอักเสบ
ผิวที่ชุ่มชื้นด้วยไฮยาจะมีความสมดุลสูง ลดโอกาสการเกิดผดผื่นและการระคายเคืองจากสภาพอากาศหรือมลภาวะ
เคล็ดลับล็อกความชุ่มชื้น ให้ผิวแข็งแรงด้วย Vichy Mineral 89
Vichy เวชสำอางจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีแพทย์ผิวหนังกว่า 70,000 คนทั่วโลกมั่นใจแนะนำให้ใช้1 ได้นำเอาพลังน้ำแร่ภูเขาไฟวิชี่ มาผสมผสานการทำงานกับสารสำคัญที่ใช้อยู่ในวงการแพทย์อย่างแพร่หลายอย่างเช่น ไฮยาลูรอน ไนอะซินาไมด์ และสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิว จนมาเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม VICHY Mineral 89 ทั้ง 4 ผลิตภัณฑ์ ช่วย เปิด กู้ บูสต์ สตรอง ให้กับผิว
- 1. Mineral 89 Booster Serum: พรีเซรั่ม สเตปแรก เปิดประตูสู่ผิวแข็งแรง ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ภูเขาไฟวิชี่ เข้มข้นสูงถึง 89% อุดมด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิวมากถึง 15 ชนิด ช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นผิว และไฮยาที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติเข้มข้น 8 เท่า2 เพื่อปราการผิวแข็งแรงขึ้น 71% ใน 1 ชั่วโมงแรกที่ใช้3 ด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เบาสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้เป็นสเตปแรกสุด เพื่อเปิดประตูให้ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพจากสกินแคร์ในลำดับถัด ๆ ไป
- 2. Mineral 89 Probiotic Fractions: โพรไบโอติก เซรั่ม กู้ผิวนอนน้อย อ่อนแอ สู่ผิวแข็งแรง ใน 3 ชั่วโมง ซุปเปอร์เซรั่มที่มีส่วนผสมของ Probiotic Fractions เข้มข้น 5% ที่มีต้นกำเนิดจากแหล่งน้ำแร่ ผสาน 3 Antioxidant Complex+ และไฮยาที่มีแหล่งกำเนิดจากธรรมชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวงการแพทย์ ฟื้นให้ผิวดูมีชีวิตชีวา แข็งแรง คืนความอ่อนเยาว์ ผิวฉ่ำโกลว์ สุขภาพดีใน 7วัน5 พร้อมเสริมเกราะป้องกันผิวจากการถูกทำร้ายจากปัจจัยรอบตัว เป็นเซรั่มที่จะช่วยฟื้นผิวที่นอนน้อย เครียดสะสม อ่อนแอ ให้กลับมาแข็งแรงขึ้น เห็นผลทันทีหลังใช้ 3 ชั่วโมง4
- 3. Mineral 89 Moisture Boosting Cream: บูสต์ติ้งครีม ด้วยเทคโนโลยีของวิชี่ ครีมบำรุงผิวผสานการทำงานของอนุพันธ์ไฮยา ที่ช่วยมอบชุ่มชื้นให้ผิวดูเด้งอิ่มฟูเข้ากับ SQUALANE ที่ช่วยเสริมไลปิดให้กับผิว8 ให้ผิวดูยืดหยุ่น เนียนนุ่ม และไนอะซินาไมด์ ช่วยปลอบประโลมผิว พร้อม OSMOSKIN TECHNOLOGY เพื่อผิวชุ่มชื้นยาวนาน 72 ชั่วโมง6 ให้ผิวดูนุ่มเด้งอิ่มฟูและเรียบเนียน พร้อมช่วยเสริมปราการผิว เพื่อปราการผิวแข็งแรง 8 เท่า7 แลดูสุขภาพดี
- 4. Mineral 89 Eyes Serum: อายเซรั่ม ล็อกปราการผิวรอบดวงตาให้สตรอง ใน 1 ชั่วโมง9ผสานน้ำแร่วิชี่เข้มข้น ช่วยดูแลสมดุลความชุ่มชื้นของผิว เสริมปราการผิวรอบดวงตาให้แข็งแรง ผสานพลังจากไฮยาจากธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติเก็บกักความชุ่มชื้นสู่ผิวและลดเลือนริ้วรอยให้ผิวรอบดวงตา และคุณสมบัติของ คาเฟอีนบริสุทธิ์ ที่ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียน และสาหร่ายเดอโมคลอเรลลา ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูเปล่งประกายดูอ่อนเยาว์ ใน 4 สัปดาห์10
ที่สำคัญคือทุกผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Mineral 89 ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนสูงสุด ด้วยสูตรที่ปราศจากน้ำหอม ซิลิโคน สารให้สี พาราเบน และแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังเป็น Hypoallergenic ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงมั่นใจได้ว่าเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้แต่ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย การดูแลผิว ล็อกความชุ่มชื้น ให้ผิวแข็งแรง และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อมี Mineral 89 เป็นผู้ช่วยดูแลผิว
- ผลสำรวจโดย AplusA และผู้ทำการสำรวจร่วมโดยอ้างอิงจากตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ เวชสำอาง ระหว่าง มกราคม 2023 ถึง กรกฎาคม 2023 ซึ่งเป็นผลสํารวจที่มีแพทย์ผิวหนัง ทั้งหมด 30 ประเทศเข้าร่วม โดยสามารถอ้างอิงถึงมากกว่า 80% ของ GDA ทั่วโลก
- เมื่อเปรียบเทียบอนุพันธ์ไฮยาลูรอนิก แอซิด กับวิชี่ ลิฟแอ็คทีฟ สเปเชียลลิสต์ เปปไทด์-ซี เอนไท-เอจจิ้ง
- ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วย TEWL after stripping ในอาสาสมัคร 24 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบัน Laboratoire BIO-EC ประเทศฝรั่งเศส เมื่อตุลาคม 2021
- ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วย TEWL ในอาสาสมัคร 24 คน เปรียบเทียบก่อน-หลังใช้ 3 ชั่วโมง โดยสถาบันวิจัยลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศส เมื่อกุมภาพันธ์ 2021
- ผลการทดสอบความพึงพอใจในอาสาสมัคร 51 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 7 วัน โดยสถาบันวิจัยลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศส เมื่อกุมภาพันธ์ 2021
- ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยเครื่อง Corneometer ในอาสาสมัคร 24 คน เปรียบเทียบก่อน-หลังใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันวิจัย EUROFINS EVIC ประเทศฝรั่งเศส เมื่อตุลาคม 2019
- ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการในอาสาสมัคร 30 คน เปรียบเทียบบริเวณที่ใช้-ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันวิจัย Laboratoire BIO-EC ประเทศฝรั่งเศส เมื่อมีนาคม 2023
- ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยเครื่อง Corneometer ในอาสาสมัคร 24 คน เปรียบเทียบก่อน-หลังใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันวิจัย EUROFINS EVIC ประเทศฝรั่งเศส เมื่อตุลาคม 2019
- ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติในอาสาสมัคร 24 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันวิจัย I.E.C. ประเทศฝรั่งเศส เมื่อพฤษภาคม 2016
- ผลการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 33 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ โดยสถาบันวิจัย I.E.C. ประเทศสิงคโปร์ เมื่อมกราคม 2019