เติมคอลลาเจนให้ผิวหน้า กินหรือทาดีกว่ากัน? และควรเริ่มจากอะไรก่อน

Updated on : สิงหาคม 18 2026

เติมคอลลาเจนให้ผิวหน้า

การเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้า ควรดูแลทั้งจากภายในและภายนอก เพราะคอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวดูแน่น ยืดหยุ่น และเรียบเนียน แต่จะค่อย ๆ ลดลงตามอายุ รวมถึงเมื่อได้รับผลกระทบจากแสงแดดและปัจจัยภายนอกต่าง ๆ การเลือกวิธีดูแลจึงควรดูทั้งโภชนาการ สกินแคร์ที่มีส่วนผสมเหมาะสม และการป้องกันแสงแดดควบคู่กันไป บทความนี้ VICHY จะพาไปเปรียบเทียบว่าการกินหรือการทาคอลลาเจนแบบไหนเหมาะกับใคร มีส่วนผสมอะไรที่ควรรู้ และควรเริ่มดูแลจากจุดไหนก่อน

 

เติมคอลลาเจนให้ผิว

 

เติมคอลลาเจนให้ผิวหน้าด้วย "การกิน" เริ่มต้นอย่างไรให้ได้ผล?

 

การเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้า ควรเริ่มจากการกินอาหารให้ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนและสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน เพราะคอลลาเจนที่รับประทานเข้าไปจะถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนและเปปไทด์ก่อนที่ร่างกายจะนำไปใช้ ไม่ได้ถูกส่งตรงไปยังผิวหน้าโดยเฉพาะ

 

1. เติมคอลลาเจนจาก "อาหารทั่วไป" ตามธรรมชาติ

 

การเติมคอลลาเจนจากอาหารควรเน้นโปรตีนและวิตามินซีควบคู่กัน เพราะร่างกายต้องใช้กรดอะมิโนจากโปรตีนเป็นวัตถุดิบในการสร้างคอลลาเจน ขณะที่วิตามินซีมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน

 

  • ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู และปลาซาร์ดีน เป็นแหล่งโปรตีนที่ให้กรดอะมิโนซึ่งร่างกายนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยดูแลความชุ่มชื้นและสุขภาพผิวโดยรวม
  • ไข่ขาว เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนอย่าง Proline ซึ่งเป็นหนึ่งในกรดอะมิโนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของคอลลาเจน
  • น้ำซุปกระดูก (Bone Broth) มีเจลาตินและกรดอะมิโนที่ได้จากการเคี่ยวเป็นเวลานาน
  • ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม คะน้า บรอกโคลี และเบอร์รี ช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระ
  • ถั่วเหลืองและธัญพืช เป็นอีกแหล่งของโปรตีนและสารอาหารจากพืชที่สามารถรวมอยู่ในอาหารประจำวันได้

 

โดยรวมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเน้นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ การกินโปรตีนให้เพียงพอร่วมกับผักผลไม้หลากหลายชนิดเป็นพื้นฐานที่เหมาะสมกว่าสำหรับการดูแลคอลลาเจนจากภายใน

 

2. ดึง "อาหารเสริมคอลลาเจน" เข้ามาเป็นตัวช่วย

 

อาหารเสริมประเภท Hydrolyzed Collagen หรือ Collagen Peptides อาจใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มเติมได้ โดยมีการศึกษาบางส่วนพบว่าอาจช่วยสนับสนุนความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวเมื่อรับประทานต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์แตกต่างกันตามสูตร ปริมาณ ระยะเวลา และแต่ละบุคคล จึงไม่ควรใช้ทดแทนอาหารที่ครบถ้วน

 

เติมคอลลาเจนให้ผิวหน้าด้วย "การทา" เวิร์กแค่ไหน?

 

การทาคอลลาเจนไม่ได้เติมคอลลาเจนลงในชั้นผิวโดยตรง เนื่องจากโมเลกุลคอลลาเจนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทางเลือกที่เหมาะกว่า คือ สกินแคร์ที่มี Active Ingredients ซึ่งช่วยส่งเสริมกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบูสต์โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ หรือช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และริ้วรอยดูจางลง

 

ส่วนผสมสำคัญในสกินแคร์ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน

 

  • โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ (Pro-Collagen Peptide) เมื่อนำมาใช้ในสกินแคร์จะช่วยเคลือบและเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวสัมผัสดูนุ่ม เรียบเนียน และอิ่มฟูขึ้น
  • วิตามินซี (Vitamin C) มีบทบาทในกระบวนการสร้างคอลลาเจน พร้อมช่วยต้านอนุมูลอิสระและดูแลความหมองคล้ำ
  • เรตินอล (Retinol) ช่วยดูแลริ้วรอย ความไม่เรียบเนียน และส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิว
  • ไฮยาลูรอน ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและริ้วรอยจากความแห้งกร้านดูตื้นขึ้น

 

เปรียบเทียบชัด ๆ กิน vs ทา แบบไหนเหมาะกับใคร?

 

 

วิธี หลักการ เหมาะกับใคร ข้อควรรู้
การกิน ให้โปรตีนและสารอาหารแก่ร่างกาย ผู้ที่ต้องการดูแลจากภายใน ควรเริ่มจากอาหารครบหมู่
การทา ใช้ Active Ingredients ดูแลผิวโดยตรงเพื่อบูสต์โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ ผู้ที่กังวลริ้วรอยหรือผิวไม่เรียบเนียน เลือกส่วนผสมให้เหมาะกับผิว
ทำควบคู่กัน ดูแลทั้งภายในและภายนอก ผู้ที่ต้องการดูแลอย่างครอบคลุม ควรทำสม่ำเสมอและใช้กันแดด

 

 

ดูแลผิวหน้าด้วย VICHY

 

ถ้าจะเริ่มดูแล ควรเริ่มจากอะไรก่อน?

 

ควรเริ่มจากอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอและการป้องกันแสงแดด แล้วจึงเพิ่มสกินแคร์ที่มี Active Ingredients ต่าง ๆ ที่ช่วยบูสต์โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ในผิว โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มใช้สกินแคร์หลายอย่างพร้อมกัน เพราะการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวและใช้ต่อเนื่องสำคัญกว่าจำนวนขั้นตอน

 

VICHY LIFTACTIV ตัวช่วยดูแลผิวให้ดูโกลว์ เปล่งประกาย

 

VICHY มีสกินแคร์ที่ช่วยดูแลสัญญาณแห่งวัยผ่านส่วนผสมสำคัญอย่างวิตามินซี เรตินอล และกลุ่มเปปไทด์ที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจนโดยตรง โดยสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาผิวและช่วงเวลาของรูทีน เพื่อดูแลทั้งความกระจ่างใส ความเรียบเนียน อิ่มฟู และริ้วรอยอย่างเหมาะสม

 

  • LIFTACTIV Collagen Specialist 16 Bonding Serum
    เซรั่มดูแลสัญญาณแห่งวัยที่ผสาน Matrixyl Peptide, Rhamnose และ Maitake Extract ช่วยส่งเสริมกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบูสต์โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ พร้อมดูแลผิวให้แข็งแรงและช่วยต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยให้ริ้วรอยดูลดเลือน ผิวรู้สึกกระชับ อิ่มฟู เรียบเนียน และยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มกังวลปัญหาผิวจากการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย
  • LIFTACTIV 16% PURE VITAMIN C BRIGHTENING SERUM
    เซรั่มวิตามินซีบริสุทธิ์เข้มข้น 16% ผสาน Carnosine และ Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียน อิ่มฟู และเติมความชุ่มชื้นได้นานถึง 72 ชั่วโมง เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมเร็ว และปราศจากน้ำหอม สามารถใช้ได้ทั้งช่วงเช้าหรือเย็น โดยหากใช้ตอนเช้าควรตามด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด
  • LIFTACTIV Retinol Specialist Deep Wrinkle Serum
    เซรั่มที่มี Pure Retinol ร่วมกับ Probiotic Fractions และ Peptides เน้นดูแลริ้วรอย โดยเฉพาะริ้วรอยร่องลึก พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และเปล่งปลั่งขึ้น เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมเร็ว ปราศจากน้ำหอม สารให้สี และซิลิโคน แนะนำให้ใช้เฉพาะช่วงกลางคืน 2-3 หยด และทากันแดด SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกเช้า

 

*ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการในอาสาสมัคร 28 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์โดยสถาบันวิจัย I.E.C. Afrique du Sud ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อสิงหาคม 2023

 

สรุป

 

การบำรุงคอลลาเจนในผิว ควรดูแลทั้งจากภายในและภายนอก โดยเริ่มจากการกินอาหารที่มีโปรตีน วิตามินซี และสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน ส่วนอาหารเสริมคอลลาเจนสามารถใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มเติมได้ ขณะที่การทาสกินแคร์ควรเน้นส่วนผสมที่ช่วยบูสต์โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ อย่างวิตามินซี เรตินอล หรือสารสกัดอื่นๆที่มีบทบาทในการดูแลสัญญาณแห่งวัยและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน รวมถึงใช้ไฮยาลูรอนเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น ทั้งหมดนี้ควรทำควบคู่กับการทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด และช่วยดูแลผิวให้เรียบเนียน ยืดหยุ่น และดูสุขภาพดีในระยะยาว

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

อายุ 30 กว่าแล้วคอลลาเจนที่ผิวหน้าลดลงจริงไหม ควรเริ่มดูแลตอนไหน?

 

จริง คอลลาเจนของผิวมีแนวโน้มลดลงตามอายุ จึงเริ่มดูแลได้ตั้งแต่ก่อนเห็นริ้วรอยชัดเจน โดยเน้นกันแดด รับประทานอาหารให้ครบถ้วน และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิว

 

กินอาหารอะไรช่วยเรื่องคอลลาเจนของผิวหน้าได้บ้าง?

 

อาหารที่มีโปรตีน เช่น ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ นม และถั่ว รวมถึงผักผลไม้ที่มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนและสารอาหารที่ใช้ในกระบวนการสร้างคอลลาเจน

 

เรตินอลกับวิตามินซี ตัวไหนดีกว่าสำหรับผิวที่เริ่มขาดคอลลาเจน?

 

ทั้งสองชนิดมีหน้าที่ต่างกัน วิตามินซีช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน ส่วนเรตินอลเด่นด้านการดูแลริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย จึงสามารถใช้ร่วมกันโดยแยกช่วงเวลาได้

 

ทาเรตินอลตอนกลางคืน แล้วตอนเช้าควรทาอะไรต่อ?

 

ตอนเช้าควรเน้นมอยส์เจอไรเซอร์และกันแดดเป็นหลัก และสามารถใช้วิตามินซีเพิ่มได้หากผิวรับได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Active Ingredients หลายชนิดพร้อมกัน

 

กินคอลลาเจนกับทาเซรั่ม อันไหนเห็นผลกับผิวหน้าเร็วกว่ากัน?

 

ระบุไม่ได้ตายตัว เพราะทำงานคนละกลไก การกินต้องผ่านกระบวนการย่อยของร่างกาย ส่วนเซรั่มทำงานกับผิวบริเวณที่ทาโดยตรง ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับสูตร ความสม่ำเสมอ และสภาพผิวของแต่ละคน

 

เซรั่มไฮยาลูรอนิกกับคอลลาเจน ต่างกันยังไง ควรใช้ตัวไหน

 

ไฮลาลูรอนิก แอซิด (HA) เป็นสารที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู ส่วนเซรั่มคอลลาเจนช่วยสร้างชั้นผิวที่นุ่มนวล สามารถใช้ควบคู่กันได้

 

ผิวแพ้ง่ายอยากดูแลเรื่องคอลลาเจน ควรเลี่ยงส่วนผสมอะไร?

 

หลีกเลี่ยงการใช้ AHA/BHA พร้อมกับเรตินอลในวันเดียวกัน และไม่ควรสลับหลายสูตรพร้อมกันในช่วงแรก หากผิวระคายเคืองควรหยุดพักและกลับมาทดลองใหม่ทีละขั้น

 

ครีมกันแดดช่วยคงคอลลาเจนในผิวได้จริงไหม?

 

จริง เพราะรังสี UV ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการสลายคอลลาเจนในผิว การเลือกใช้กันแดด SPF50+ PA++++ ถึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการคงคอลลาเจนไว้ และควรใช้ทุกวันแม้อยู่ในที่ร่ม

 

สกินแคร์ดูแลริ้วรอยที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา มีอะไรแนะนำ?

 

VICHY LIFTACTIV Retinol Specialist Deep Wrinkle Serum, LIFTACTIV 16% Pure Vitamin C Brightening Serum และ LIFTACTIV Collagen Specialist 16 Bonding Serum เป็นตัวเลือกสำหรับดูแลสัญญาณแห่งวัย โดยครอบคลุมทั้งริ้วรอย ความกระจ่างใส รวมถึงความกระชับและความยืดหยุ่นที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียคอลลาเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มรูทีนดูแลผิวอย่างจริงจัง